บ้านต้นไม้แม่แมะ Tree House Hideaway

0
732

#รีวิวเน้นรูป อีกเช่นเคย 🙂 เบื่อกรุงเทพฯ !!!!! รู้สึกแบบนี้ตอนนั่งดูฝนตก แล้วคิดว่าฝนตกขนาดนี้ ทำไมเราไม่อยู่กลางป่าเขียวๆ ฝนชุ่มๆ นั่งดมกลิ่นดิน ร่างกายต้องการป่า อยากเจอหมอกจางๆ อยากเจออากาศเย็นๆ ไปคะ ! #เที่ยวหลักร้อย #วิวดีหลักพัน ความสุขแล้วแต่จะประเมิน 🙂 เอารายละเอียดที่เป็นเรื่องเป็นราวและความจำเป็นไว้บนสุดละกันนะ

ถ้าใครขี้เกียจอ่านอะไรยาวๆ จะได้ข้อมูลก่อนเลย 555  บ้านต้นไ่ม้ บ้านเฌอชีวา บ้านระเบียงน้ำ ค่าที่พัก คนละ 750฿ รวมอาหาร 2 มื้อ (บ้านแต่ละหลังราคาจะไม่เท่ากันนะคะ แต่บ้านต้นไม้ราคา 750 บาทค่ะ ) ค่ารถจาก ขนส่งช้างเผือกมาเชียงดาว 60฿ ค่ารถเหมามารับจาก เมืองเชียงดาวไปหมู่บ้าน 300฿ ต่อเที่ยว ( มากันหลายคนก็หารกันยิ่งประหยัด ) เบอร์ติดต่อบ้านต้นไม้ / จะติดต่อรถรับส่งเลยก็ได้ 081-958-5601 ป้าผง และลุงสุข https://www.facebook.com/TreeHouseHideaway/  เบอร์ติดต่อพี่แหม่มรถรับส่งหมู่บ้าน 061-3026515  กิจกรรมที่หมู่บ้าน เดินเล่นภายในหมู่บ้าน เล่นน้ำตก / เดินป่าระยะทางรวม 6 กิโลไปกลับใช้เวลา 3 ชั่วโมง ค่าบริการนำทาง รอบละ 300฿ กี่คนก็ได้ไปเยอะๆ ก็หารกัน ติดต่อพี่แหม่มได้เลยคะ / บริการนวด ชั่วโมงละ 200฿ พี่แหม่มก็นวดให้อีกเช่นเกียวกัน ( พี่แหม่มเป็น ผู้หญิงมหัศจรรย์ที่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ เกิด และโตที่หมู่บ้านแม่แมะ เพราะฉะนั้นทุกเรื่องในหมู่บ้านพี่แหม่มจะรู้แล้วก็สามารถให้คำแนะนำได้ดีเลยคะ )

 

จุดหมายของเราอยู่ที่ ” บ้านต้นไม้ ” ครั้งแรกที่เห็นรีวิวบอกตัวเองเลยว่า จะไปที่นี่ จะไป จะไป จะไปให้ได้ จะต้องไปนอนบิดขี้เกียจที่นี่ให้ได้สักครั้ง หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา บ้านแม่แมะ ห่างจากตัว อ.เชียงดาวประมาณ 17 กิโล การเดินทาง จากกรุงเทพ เดินทางมาลงที่ เชียงใหม่ ( ซึ่งจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ก็แล้วแต่ความสะดวกแต่ละคนเลยค่าาา ถ้าเที่ยวแบบประหยัดหน่อยก็แนะนำให้นั่งรถทัวร์ นครชัยแอร์ ไปกลับ เอาแบบรถนอนvip เลยนะ รถ Gold Class ไม่เกิน 14++ ราคาน่าจะอยู่ที่ 700 กว่าบาทคะ โทรจองได้ที่ 1624 ) หลังจากนั้นเริ่มออกเดินทางจากเชียงใหม่กันเล๊ย …. เราต้องมาขึ้นรถโดยสาร ที่ขนส่งช้างเผือก เป็นรถเมย์ สีส้ม สดใส เขียนว่า เชียงใหม่-ท่าตอน // เชียงใหม่-ฝาง ออกทุกครึ่งชั่วโมง ค่าโดยสาร 60 บาท ใช่เวลาเดินทาจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึง บขส เชียงดาวประมาณชั่วโมงครึ่ง ซึ่งตอนแรกเห็นรถแบบนี้คิดว่า หวานเย็นแน่นอน นั่งเมื่อยก้นแน่ๆ ที่ไหนได้ ซิ่งสุด !!!

 

แซงทุกคันอย่างไม่หยุดยั้ง 555 ก่อนขึ้นรถเตรียมบัตรประชาชนให้พร้อมเพราะว่าพอเข้าเขตเชียงดาว จะมีทหารคอยตรวจบัตร ปชช ตรวจกระเป๋า อาจจะเป็นการสุ่มตรวจ เพราะว่าอาจมีการลักลอบขนยาเสพติด ใช้เวลาไม่นาน หลับบ้าง ดูวิวข้างทางบ้าง แปปเดียวก็ถึง บขส เชียงดาว จากตัวอำเภอเชียงดาวขึ้นไปที่หมูบ้านแม่แมะ รถโดยสารนอกจากจะมีรถท่าตอนแล้ว ยังมีรถตู้บริการ 150 มาลงเซเว่น แม่นะ แล้วโทรแจ้งทางบ้านตอนซื้อตั๋วรถ ได้เลยคะ ซึ่งครั้งนี้ภัคได้โทรนัดให้คนที่บ้านลงมารับที่ บขส คะ การจองรถแนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์หรือจะ แจ้งไปเลยตอนที่โทรไปจองที่พัก ว่าต้องการรถมารับ เพราะทางหมู่บ้านจะไม่มีรถโดยสารผ่าน ซึ่งราคาเหมาต่อเที่ยวอยู่ ที่ 300 บาทคะ ระยะทางขึ้นไปบนหมู่บ้านเป็นถนนคอนกรีต กว้าง4 เมตร ไล่ไปตามไหล่เขาเรื่อยๆ ระหว่างทางวิวดีม๊ากกกกก มองเห็นดอยหลวงเชียงดาว มีเมฆหมอกลอยชนยอดดอย อากาศเย็นกำลังดี ถ้าใครอยากเช่ารถขับจากเชียงใหม่ ขึ้นมาที่หมู่บ้านเอง ก็สามารถขับมาเองได้ ไม่ลำบากคะ อาจจะมีแค่ 60 เมตร ก่อนถึงหมู่บ้านที่เป็นทางลูกรัง พี่แหม่มลูกสาว พ่อหลวงวงศ์ (อดีตผู้ใหญ่บ้านแม่แมะ ) เล่าให้ฟังว่า พอดีงบหมด ถนนเลยขาดสร้างได้แค่นี้ –” แต่ก็ถือว่าไม่ได้ขับยากมากคะ โอเค ….. รายละเอียดทั่วไปก็ประมาณนี้ตอนนี้ถึงหมู่บ้านแล้ว เริ่มไปเที่ยวกันเถอะ รายละเอียดปลีกย่อยจะ อยู่ที่ใต้ภาพนะคะ ไปกันนนน

 

ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ขึ้นรถที่ ขนส่งช้างเผือก
ค่ารถ 60 บาท

พกกล้วยมา 1 ลูกกลัวหิว 555 นั่งกินกล้วยไปดูวิวข้างทางไป เพลินนน 

ถึงแล้วววว หมู่บ้านแม่แมะ

เข้ามาถึงบ้านเชคอินตรงนี้ก่อน ตรงนี้จะเป็นบริเวณชั้นบนของบ้าน 

เดินลงบันไดลงมาครึ่งชั้นก็จะเป็นมุมนี้

มุมไฮไลค์ของทุกคน ศูนย์รวมกลางบ้านของทุกคน หลายๆคนมานวด มานั่งเล่นชิวๆตรงนี้

มุมตรงนี้น่ารักมาเลย เดี๋ยวกลางคืนทางบ้านจะจุดกองไฟด้วยนะ ให้ทุกคนมานั่งรวมๆกัน

ชีวิตยังคงเจอความเรียบง่าย ที่น่ารักเสมอ

แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ภัคได้พักสักที แฮปปี้

น้องสาวผู้ร่วมทริปครั้งนี้ .. เพราะเรามีความคิดถึงสีเขีย

ห้องมุมของบ้านอยู่ชั้น 2 น่าจะเป็นห้องที่หลายๆคนอยากนอนมากที่สุด มองเห็นภูเขา วิวดี นอนได้ 2 คน ใครอยากนอนห้องนี้ ตอนโทรจองให้ระบุว่า จองห้องมุม ห้องที่ 1 นะคะ แนะนำจองล่วงหน้าน๊าาา

ห้องมุมของบ้านอยู่ชั้น 2 น่าจะเป็นห้องที่หลายๆคนอยากนอนมากที่สุด มองเห็นภูเขา วิวดี นอนได้ 2 คน ใครอยากนอนห้องนี้ ตอนโทรจองให้ระบุว่า จองห้องมุม ห้องที่ 1 นะคะ แนะนำจองล่วงหน้าน๊าาา

วิวจากห้องพัก ห้องที่ 1 ก็จะประมาณนี้ วิวดีมากกกก

ห้องนี้นอนได้ 3 คนคะ

ห้องน้ำที่นี่จะเป็นห้องน้ำรวมนะ เดินจากห้องพักมาไม่ไกล อยุ่บริเวณชั้น 2 ของบ้านเหมือนกัน อยู่แถวๆที่เชคอิน สะดวก สะอาด ไม่ต้องห่วงค่ะ 

อยากนอนไกวเปลตรงนี้ทุกวันเลยยยยย

แก่มาก็อยากมีชีวิตที่อยู่กับป่า กับเขาแบบนี้นะ

กิจกรรมโปรดเลยค่ะ อะไรจะดีไปกว่าการนอนนวดกลางอากาศเย็นๆ ดูป่า ดูหมอก สบายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ชั่วโมงละ 200 บาทเอง

อาหารเย็นของพวกเรา เยอะมากๆ สำหรับสองคน เสริฟร้อนๆ น่ากินมากกกก แถมพ่อหลวงวงศ์ยังเดินมาหา แล้วบอกว่า เติมอีกๆ ได้นะ เอาอีกมั๊ย เชียร์ให้พวกเราเติมข้าวไม่หยุด ด้วยความเกรงใจ และมันก็อร่อยจริงๆ พวกเราเลยจัดไปคนละ 2 จาน พุงแทบแตก

เราว่ามันน่ารักดี กลางคืนก็มานั่งรวมๆกัน มีแต่รอยยิ้ม มีแต่ความสบายใจ

นี่คือบ้านต้นไม้ ที่เป็นบ้านต้นไม้จริงๆ นอนได้ 2 คน อยู่ข้างๆบ้านหลังใหญ่ที่เรานอนกันเลย แต่ช่วงที่เราไป เป็นช่วงหน้าฝน เลยปิดให้บริการเพื่อความปลอดภัย ถ้าใครอยากนอนหลังนี้ ไปหน้าหนาวนะ จองล่วงหน้านานๆ ด้วย อ่อ .. บ้านหลังนี้มีห้องน้ำในตัวน

น้องวัวเดินเล่นภายในหมู่บ้าน

ไปเดินป่ากันดีกว่า ….. จากหมู่บ้านเข้าไปในป่าจะมีน้ำตก ที่เป็นต้นน้ำ ระยะทางเดินรวม 6 กิโล ไปกลับก็ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ แนะนำใส่รองเท้าสำหรับเดินป่า เพราะลื่นมาก ข้ามลำธารไปประมาณ 10 กว่าลำธาร ติดต่อ พี่แหม่มได้เลย จะเป็นคนนำทางเราไป ค่าใช้จ่ายในการนำทางอยู่ที่ 300 บาท ต่อเที่ยว

อาชีพของคนในหมู่บ้านคือ การเก็บใบชา ซึ่งหมู่บ้านนี้มีประชากรประมาณ 100 คนเท่านั้น เป็นหมู่บ้านที่น่ารักและเงียบสงบจริงๆ

เส้นทางในการเดินป่าไปน้ำตก มีทั้งชัดเจนบ้าง ไม่ชัดเจนบ้าง ยังไงต้องมีคนนำทางค่ะ

เดินป่าหน้าฝนมันดีแบบนี้แหละ

เห็ดอะไรก็ไม่รู้ น่ารักมากกกกก

เดินไปเรื่ยๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆไม่รีบ

ข้ามลำธารแบบนี้ไปเรื่อยๆ สลับกับเดินป่าทึบบ้าง ไต่หินบ้าง ไปประมาณ 10 กว่าลำธาร เหนื่อยแต่สนุก

ระหว่างทางธรรมชาติสวย จนเราอยากหยุดถ่ายรูปอยู่เป็นระยะเลย 

เป็นน้ำตกเล็กๆ แต่เป็นต้นน้ำของหมู่บ้านเลยนะ

มีใครไม่รู้มาเรียงหินนี้ไว้ ไม่หล่นเลย ต้องรีบถ่ายรูปสักหน่อย แต่ถ้าใครกลับไปอีกรอบ แล้วไม่เจอมันตั้งแบบนี้ ไม่ต้องคิดว่าลมพัดนะ เพราะก่อนหน้านี้มันตั้งมาอยู่ตั้งนานก็ไม่หล่น แต่พวกเราเองนี่แหละที่ไปแล้วทำมันพัง –” ขอโทษจริงๆค่าาา

เจ้าลายลาย หมาของพี่แหม่ม เดินไปด้วยตลอดทางจนถึงน้ำตก แซงบ้าง เดินเบียดบ้าง เดินนำไปก่อนพอเราเดินช้าก็หยุดรอ เป็นหมาที่น่ารักจริงๆ

โรงเรียนเล็กๆ ภายในหมู่บ้าน

เจ้าเหมี่ยวน้อยที่น่ารักที่สุดในหมู่บ้านนี้แล้ว เป็นที่หมายปองของหมาทุกตัว 5555 เจ้าของต้องคอยอุ้มหนีตลอด 

ตื่นเช้ามาด้วยความสดใส และมีความสุขมาก เมื่อคืนนอนหลับสบายที่สุด ไม่มีแอร์ ไม่เปิดพัดลม แต่ไม่ร้อนเลย อากาศกำลังดี จริงๆ ตั้งใจจะตื่น 6 โมง มาดูหมอก แต่ความจริง คือ … เราตื่นกัน 8 โมง !! รีบกินข้าวเช้า แล้วออกไปเดินเล่นในหมู่บ้าน กันเถอะ

เมื่อวานเราเดินขึ้นไปทางด้านบนของหมู่บ้านแล้ว วันนี้เดินลงไปข้างล่างบ้าง ลุงวงศ์บอกว่ามีลำธาร มีสะพานเล็กๆ ให้นั่งเล่นถ่ายรูป และมีบ้านพักอื่นๆ อีก 2 หลัง ที่เราสามารถ เข้าไปนั่งเล่นกันได้

เดินลงมาประมาณ 30 เมตร ก็จะเจอบ้าน เฌอชีวา ตอนแรกเราจะจองที่นี่ แต่ปรากฏว่าเต็ม แต่ไม่เสียใจเลย เพราะถึงไม่ได้นอน เราก็มาเที่ยวเล่นได้ ใกล้ๆ กันด้วย

ที่นี่น่ารักตรงที่ ไม่ว่าจะเลือกพักที่บ้านหลังไหน …
แต่เราก็สามารถเดินเที่ยวบ้านหลังอื่นๆ ได้ทุกที่ และทุกบ้านก็จะต้อนรับอย่างน่ารัก จะเข้าไปนั่งเล่น ถ่ายรูป ทำกิจกรรมได้หมด แบ่งปันกันทุกอย่าง เพราะคนในหมู่บ้านถือว่า ” เรา… อยู่หมู่บ้านเดียวกัน บ้านแม่แมะ ”

เข้ามาในบ้านละ ตรงนี้เป็นจุดเชคอิน
ซึ่งบ้าน เณอชีวา ค่อนข้างเล็กกว่าบ้านต้นไม้ แต่ก็น่ารักไม้แพ้กันเลย เดินลงมาจากตัวบ้านก็สามารถเล่นน้ำตกได้เลย มี 3 ห้องนอน 2 ห้องเล็ก (3-5คน) และ 1 ห้องใหญ่ 4-10 คน)
แนะนำให้มากะเพื่อนๆ เป็นกลุ่มๆใหญ่ๆ ก็สนุกดีนะคะ

บริเวณห้องพัก ของเฌอชีวา อยู่ชั้น 2 ของบ้าน

มองจากชั้นบนลงไป ก็มีคนกำลังนวดกันอยู่ริมน้ำตก ชิวสุด นวดไปนอนฟังเสียงน้ำตกไป อากาศดี๊ดี

ลงมานั่งเล่นถ่ายรูปหน้าบ้านเฌอชีวาได้นะ พี่ที่ดูแลบ้านใจดีมากๆ จะนั่งตรงไหนก็ได้ 

ใช้เวลาอยู่ตรงนี้กับน้องเกือบชั่วโมง ถ่ายรูปเล่น นั่งคุยกัน มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ ของเรา 2 คนพี่น้อง

พอนั่งอยู่ตรงนี้ แล้วอยากหยุดเวลาได้เลย …

เดินต่อลงมาจากบ้านเฌอชีวาอีกนิด เราก็จะมาเจอบ้านระเบียงน้ำ อยู่ติดๆกันเลย พอมาถึงก็เจอคุณลุงเจ้าของบ้าน คุณลุงก็บอกให้เราไปเดินเที่ยวเล่นบ้านระเบียงน้ำของคุณลุงได้ตามสบายเลย แถมยังบอกด้วยว่าตรงโน้นนเดินข้ามไป จะมีสะพานเล็กๆด้วยนะ น่ารักอีกแล้ว

อากาศดี ฟ้าสดใส เหมาะแก่การถ่ายรูปมาก 

ในหมู่บ้านจะมีวัดอยู่แค่ 1 วัด และ พระสงฆ์ 1 รูป เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในหมู่บ้าน

ดอกส้มๆนี่สวยมาก เรียงกันเป็นชั้นๆ แต่มันเรียกดอกอะไรไม่รู้อ่ะ ภัคลืมแล้ว 555 รู้แต่ว่ามันเป็น Signature ของแม่แมะ เลยนะ ใครมาต้องถ่ายรูป ก็มันสวยจริงๆอ่ะ เดินไปทางไหนก็จะเห็นเต็มไปหมดเลยทั้งหมู่บ้าน

สวยมั๊ยล่าาาา

 

 

 

 


LEAVE A REPLY